0013 | เว็บโหด โคตรสยอง
Wednesday, May 14th, 2008 Posted in Web Server | 2 Comments »เมื่อวานงานเข้าครับ
ติดตั้งระบบใหม่ทั้งเครื่อง เว็บบอร์ดใต้ดินแห่งหนึ่ง
เนื่องด้วยคนเข้าเยอะชิบหาย แถมเป็นเว็บบอร์ด SMF ซะด้วย
โจทย์มีมาให้ค่อนข้าง… เอ่อ… ระดับนึงละครับ
server 2 เครื่อง เครื่องแรก Core 2 Duo E6600 / RAM 3 GB
เครื่องที่สอง Core 2 Quad Q6xxx อะไรซักอย่าง จำรุ่นไม่ได้ / RAM 3GB
จะบอกว่ามันใช้งานหนักเอามากๆ
งานนี้ก็เลยต้องทดลองมันสารพัดวิธีเลยครับ
เริ่มจาก level แรกสุด apache + squid reverse proxy ไม่ผ่านเลยครับ (load avg 50.xx)
level ที่สอง เพิ่ม DNS Round Robin เข้าช่วย เอาเครื่อง DB มาช่วยรันเว็บด้วย ก็ยังไม่ผ่าน แต่ดีขึ้นหน่อยนึง (load เหลือ 30.xx)
level ที่สาม ลง memcache ช่วยระบบ session + SMF memcache ก็ไม่ผ่านอยู่ดี แต่ดีขึ้นใช้ได้ (load เหลือ ~25.xx)
level สุดท้าย เลิกใช้ apache ลบ squid ทิ้ง แล้วลง lighttpd 1.4 + mod fastcgi แทน
load average ลดลงมาเหลือประมาณ 5-6 แต่ page generation time ก็ยังไม่ค่อยจะน่าพอใจ
แบบว่าหน้า index พี่ซัดไป 300 KB เยอะโคดเลย
งานนี้ขอเวลาไปสัปดาห์นึง ต้องนั่งเฝ้าอีก เห้อ… ไหนจะงานรับน้องด้วย งิดๆๆๆ
เพิ่มเติมทางเทคนิค:
NFS service บน Fedora 7 เป็นต้นมา มีการเปลี่ยนแปลงชื่อ service นิดๆ หน่อยๆ
ทำเอางงกันใช้ได้ (ฮาๆ) ตามรายการต่อไปนี้ครับ
- nfs ยังคงสภาพเดิม คำสั่งเดิมได้เลย
- portmap เปลี่ยนชื่อไปเป็น rpcbind
- เพิ่มเติม service nfslock ไว้ทำ nfs remote lock เวลาต้องการ lock access file ต่างๆ
ขั้นตอนการติดตั้ง nfs บน Fedora 8 ง่ายมากจนน่าตกใจ ดังนี้ครับ
# yum install nfs-utils
จบเลย คำสั่งเดียวสั้นๆ ง่ายๆ เลย
เสร็จแล้วก็ตั้งค่าให้รันตั้งแต่เริ่มเปิดเครื่อง (สำหรับเครื่อง nfs server เท่านั้น)
# chkconfig nfs on
# chkconfig nfslock on
# chkconfig rpcbind on
แล้วแก้แฟ้ม /etc/exports ตามคู่มือ (รายละเอียดค่อนข้างเยอะ ไว้ค่อยสาธยาย ง่วงมาก)
พร้อมด้วยการแก้ /etc/hosts.allow เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ nfs server
แก้เสร็จแล้วก็สั่ง start service ทั้งสามตัวได้เลย ตามลำดับต่อไปนี้
# service rpcbind start
# service nfs start
# service nfslock start
จากนั้นไปที่เครื่อง client ที่จะ mount nfs partition แล้วทดลองสั่งค้นหา partition ที่อนุญาตให้ mount ดู ตามนี้
# showmount -e ff6600;">10.0.0.1
* กรุณาแก้ IP เป็น IP ของเครื่อง nfs server ของท่านครับ พอ list ได้ที่แล้วก็สั่ง mount ได้เลย
# mount ff0000;">10.0.0.1:339966;">/path/to/exports 0000ff;">/path/to/exports
กรณีการทำ load balancing แนะนำให้ mount ลงไปที่ path เดียวกันกับเครื่อง server ครับ
จะช่วยลดปัญหายุ่งยากลงได้เยอะ
Tags: load balance, nfs, optimize, postmunlife
0010 | MySQL Memory Engine
Saturday, May 10th, 2008 Posted in Database | 2 Comments »ก่อนอื่นขอรายงานสถานการณ์+บ่นซะก่อน แง่มๆ
วันที่ 7 ตอน 22.00 น. ไฟฟ้าใช้ได้ตามปกติแล้วครับ
แล้วก็… aircard กลับมาใช้ได้ตามปกติแล้ว เย้ๆๆ
เซ็งแทบตาย ต้องไปจิ้มสายเน็ตเพื่อนใช้อยู่ แล้วมันเร็ว
เอ้ย แล้วมันต้องเกรงใจอะ น่าเบื่อที่สุด ทำอะไรไม่สะใจเลย
กลับเข้าเรื่องกันดีกว่า
วันนี้จะมาว่าด้วย MySQL Memory Engine ครับ
Memory Engine เป็นรูปแบบตารางของ MySQL แบบหนึ่ง
ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายๆ กับ MyISAM บ้าง นิดๆ หน่อยๆ
เพียงแต่แทนที่จะเก็บไว้เป็นไฟล์ .MYD ไว้บนเครื่อง ก็เปลี่ยนมาเป็น
เก็บลง shared memory ของ master process แทน
แน่นอนครับ ผลลัพท์ที่ได้มันก็มาจากความเร็วของ RAM ที่ท่านใช้
ว่ามันจะเร็วได้แค่ไหน ซึ่งปกติ ประสิทธิภาพความเร็วที่ทำได้จะอยู่ราวๆ 0000ff;">50-150 เท่าของ MyISAM ครับ
อ๊ะๆ เห็นมันเร็วกันบ้าพลังขนาดนี้นี่ อย่ามาคิดเชียวว่าทำไมไม่เก็บไว้ใน Memory ให้หมด
สาเหตุมันก็เพราะปัจจัยตามนี้ครับ
- เครื่องมีแรมเท่าไหร่ มันก็เก็บได้ไม่เกิน 1/2 ของแรมนั่นแหละครับ
- ใช้ field ประเภท text/blob ทุกชนิดไม่ได้ (ใช้ varchar ได้อยู่นะครับ)
- restart mysql ปุ๊ป ข้อมูลหายเรียบ (ก็มันเก็บในแรมนี่)
- เปลืองพื้นที่มากกว่า MyISAM เยอะ (ตาราง MyISAM ขนาด 10 MB เวลาแปลงเป็น Memory จะใช้แรมประมาณ 40 MB)
- ต้อง allocate memory เป็น block แต่ละ block ขนาดประมาณ 4-8 MB (เอาเป็นว่าหารเลขฐานสองลงตัวอะ)
ว่าแต่ร่ายซะเสียเลยแฮะเรา (ฮาๆ)
เอาเป็นว่า เนื่องด้วยเหตุผลข้อ 3 ทำให้เราไม่สามารถเก็บข้อมูลลงใน Memory Engine ได้ถาวรแน่นอนครับ
ดังนั้น ตารางแบบนี้เหมาะสำหรับเก็บค่า “ชั่วคราว” มากกว่า
เช่นพวกสถิติ user online, session ของเว็บไซต์ อะไรพวกนี้
ซึ่งวิธีแปลงก็ง่ายๆ ครับ
ALTER TABLE 0000ff;">table ENGINE=Memory;
แค่นี้เอง สั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความ
รูปแบบการใช้งานที่เหมาะสม (และผมใช้อยู่ปัจจุบัน)คือ ตาราง peers ของเว็บ bittorrent ครับ
reset ไปมันก็เข้าใหม่ได้ ไม่มีปัญหาอะไรมาก แถมตารางนี้ access หนักมาก ถี่ยิบๆ
ก็เลยเหมาะต่อการใช้ Memory Engine ที่สุดเลย
รองลงมาก็คือ download session ของเว็บฝากไฟล์
พวกนี้ปล่อยๆ มันได้ครับ ใช้ไม่่ค่อยเยอะหรอก
ทีนี้ ปัญหาที่จะเจอคือ Error ต่อไปนี้
The table ‘ff0000;">table‘ is full
ทั้งนี้เนื่องมาจาก MySQL มีการกำหนดขนาดสูงสุดของตารางประเภท Memory ไว้ครับ
ว่า 1 ตารางสามารถจุข้อมูลได้ทั้งหมดกี่ MB ใน variable ที่ชื่อ 0000ff;">max_heap_table_size ครับ
โดยค่าปกติของ MySQL 5.0 คือ 16 MB
อยากให้มันใหญ่ได้เท่าไหร่ก็ใส่ไปโลด /etc/my.cnf ในส่วนของ mysqld สั้นๆ ง่ายๆ ครับ
จบและ คราวหน้าถ้าไม่ลืมจะมาพูดถึง MySQL Indexes ครับ

